|
วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555
อ.สามง่ามท่วมสูง2ม.เดือดร้อน1พันครัวเรือน
ผวจ.แม่ฮ่องสอน สั่งด่วนทุกอำเภอจับตา 24 ชม.รับมือน้ำท่วม
นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหนังสือด่วนที่สุดถึง นายอำเภอทุกอำเภอ
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่านและพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ระมัดระวังภัยอันเกิดจากฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ในระยะ 4-5 วันนี้ ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวี ผู้นำท้องถิ่น และอาสาสมัคร ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
นอกจากนี้ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างและคันกั้นน้ำ รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน
ที่คาดว่าจะมีประชาชนไปใช้บริการจำนวนมาก ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ให้แก้ไขโดยด่วน จัดเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นให้ แจ้งข้อมูลไปที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจได้รับทราบโดยเร็ว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ทันต่อเหตุการณ์ต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555
น้ำยมทะลัก3อ.พิษณุโลก-โผงเผงท่วม100หลัง
|
วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555
ทั่วไทยฝนตกชุก
| ทั่วไทยฝนตกชุก | |||
|
แผ่นดินไหวจีนล่าสุดดับแล้ว67คน
| แผ่นดินไหวจีนล่าสุดดับแล้ว67คน | |||
|
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555
ปภ.เตือนผู้ว่า 20 จังหวัด 1-6 ก.ย. รับมือน้ำท่วมฉับพลัน
นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.
ได้มีโทรสารด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการ 20 จังหวัดในภาคเหนือและอีสาน ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ว่า หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 1 ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน ระหว่างวันที่ 1 - 6 ก.ย.นี้
ได้มีโทรสารด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการ 20 จังหวัดในภาคเหนือและอีสาน ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ว่า หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 1 ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน ระหว่างวันที่ 1 - 6 ก.ย.นี้
เพื่อให้เป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงให้ทางจังหวัดเตรียมการดังนี้
1. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ 2. ให้ผู้ว่าฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพื้นที่เก็บน้ำ ให้มั่นคงแข็งแรง หากต้องซ่อมแซมให้เร่งดำเนินการ 3. ให้ช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ให้ทันท่วงที และ 4. รายงานผลปฏิบัติการเตรียมความพร้อม ให้ ปภ. ทราบภายใน 24 ชั่วโมง
ผวา ... (เสน่ห์)อัมพวาหาย
ผวา ... (เสน่ห์)อัมพวาหาย : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม
ตกใจ !! ... ยอมรับว่าตกใจจริงๆ ที่รับทราบข่าวว่า ว่า "เอาแน่" ที่จู่ๆ เรือนแถวไม้เก่าแก่ริมคลองอัมพวา เคียงคู่กับตลาดน้ำยามเย็น "อัมพวา" มานานแสนนาน ต้องถูกรื้อถอนบางส่วน เหตุเพราะเจ้าของที่ ขายที่ดินบริเวณนั้นให้กับนายทุน และนายทุนที่ว่า กำลังผุดโครงการขนาดยักษ์ "ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา(รีสอร์ท แอนด์ สปา)" เป็นโรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ของ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมพีซ กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจเพชรชื่อดัง มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2555 อันที่จริงโครงการนี้ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นก็เป็นข่าวเปิดตัวไปแล้วในหลายสื่อ
ตลาดน้ำอัมพวา ... ถือเป็นตลาดน้ำยามเย็นแห่งแรก ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) เปิดขายของทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 12.00 - 20.00 น. พอดีสอดรับกับช่วงวายของตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ที่อยู่เลยไปไม่ไกล
เมื่อก่อนใครไปอัมพวา มักกลับมาด้วยความหลงใหลในความสงบ และเสน่ห์ของบ้านเรือนไม้ริมสองฝั่งคลอง ที่ยังคงรูปแบบการไปมา ค้าขายแบบเดิมๆ ทั้งร้านค้าริมตลิ่ง หรือเรือพายขายอาหารพวกผัดไท หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมพื้นบ้าน ไปจนถึงกาแฟ โอเลี้ยง ใครไปเที่ยวก็มักไปพักตามเรือนไม้ริมน้ำ แบบอยู่กับเจ้าของบ้าน เหมือนเป็นโฮมสเตย์จริงๆ ตกเย็นก็มีเสียงเพลงสุนทราภรณ์ตามสาย ได้ยินไปตามลำคลอง
ชุมชนอัมพวาเคยได้รับรางวัลชมเชย (Honorable Mention) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม จากองค์กรยูเนสโก ภาคพื้นทวีปเอเชียแปซิฟิก (UNESCO Asia-Pacific Heritage Award) ประจำปี 2551
ความเรียบง่าย บวกกับวิถีชุมชนที่ กลายเป็นจุดขายของอัมพวาไปโดยปริยาย แถมด้วย "หิ่งห้อย" เป็นอีกตัวดึงดูด จนใครๆ ไปอัมพวา ก็หาโอกาสไปดูหิ่งห้อยด้วย
แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น จากเรือนแถวไม้ เริ่มกลายเป็นบ้านหลังสวย สอดแทรกเข้ามาเปิดทำเป็นที่พักรองรับนักท่องเที่ยวเป็นล่ำเป็นสัน ร้านค้าเริ่มปรับรูปแบบสินค้าที่นำมาขาย ทั้งสินค้าไอเดีย แฮนด์เมด ไปจนถึงเสื้อผ้าตีตราอัมพวาตัวโต ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป โซนตลาดน้ำอัมพวาก็อุดมไปด้วยนักท่องเที่ยว สะพานข้ามคลอง ถนนเลียบนทีช่วงเย็น อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชนิดไม่ต้องเดินก็ไหลตามกันไป
จุดลงเรือไปชมหิ่งห้อยก็คึกคัก จากเรือแจวเปลี่ยนเป็นเรือเครื่อง ที่พอตกเย็นต่างก็เร่งเครื่อง แข่งกันพานักท่องเที่ยวไปดูหิ่งห้อย พอธรรมชาติถูกรบกวนหนักๆ เข้า หิ่งห้อย ก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง
ร้ายไปกันใหญ่ เมื่อทุนก้อนใหญ่เข้ามา เสน่ห์แบบบ้านๆ ถูกเมินมอง เรือนไม้ 11 หลังต้องรื้อถอน แม้โซนนั้นจะอยู่เลยตลาดขึ้นไปทางบ้านครูปูรีสอร์ท ฝั่งตรงข้ามวัดพระยาญาติ(ปากง่าม) ซึ่งปกติจะเป็นย่านพักอาศัยที่เงียบสงบ ก็ตามที
ธีรภาพ โลหิตกุล ได้แสดงทัศนะไว้ในเฟสบุคส่วนตัวของเขาว่า "ผมคิดว่า คุณความดีของวิกฤต "อัมพวารันทด" และการโค่น “ปู่ลำพูต้นสุดท้ายที่บางลำพู” คือ “บทเรียน” ที่ทิ้งไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานเราจดจำ เพราะปู่ลำพูกลายเป็นเศษขยะไปแล้ว และ... ขณะนี้ เรือนไม้ชายน้ำอัมพวาหลายหลังถูกรื้อไปแล้ว และกำลังรื้อเรียบ 11 ห้องในวันที่ 30 สิงหา เรื่องดำเนินมาไกลจนยากจะกลับไปที่จุดเริ่มต้น ....หนทางที่เหลืออยู่ คือแปรคราบน้ำตาให้เป็น "บทเรียน" ไว้เป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิดอัมพวา 2-3-4-5 ต่อๆไป
บทเรียนที่ว่านี้ คุณธีรภาพอธิบายไว้สั้นๆ ว่า หมายถึงเรื่อง คุณค่าแห่งอัตลักษณ์ รือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นต้องได้รับการคุ้มครอง , การพัฒนาสู่ความทันสมัยต้องไม่ทิ้งรากเหง้าที่งดงามแต่เก่าก่อน, กฏหมายผังเมืองที่คุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมอย่างจริงจัง, การลงโทษที่เอาจริงกับผู้ละเมิด และเมื่อรวยแล้วต้องมีสำนึกทางวัฒนธรรมด้วย
อัมพวาในวันก่อน ฉันเห็นเธอเป็นสาวน้อยแรกแย้ม หากวันนี้เธอกลายเป็นสาวสพรั่งเพราะใครต่อใครปู้ยี่ปู้ยำ จนลืมความเป็นตัวตนของเธอไปอย่างน่าเสียดาย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)